Home » แสตมป์ราชินีอังกฤษติดบาร์โค้ดรับมือยุค Disruption!

แสตมป์ราชินีอังกฤษติดบาร์โค้ดรับมือยุค Disruption!

  • by

23 มีนาคมนี้ รอยัลเมล์ หรือการไปรษณีย์สหราชอาณาจักร จะเริ่มปรับโฉมใหม่แสตมป์ใช้งานของตนครั้งแรกในรอบ 180 ปี นับตั้งแต่แสตมป์ดวงแรก Penny Black   ถือกำเนิดขึ้นในปี 1840 หรือเมื่อ 181 ปีที่แล้ว ให้มีรหัสบาร์โค้ดกำกับด้านข้างดวงแสตมป์ โดยจะนำร่องกับแสตมป์ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของควีนอลิซาเบ็ท ชนิดราคา Second Class เฉพาะใช้ในประเทศก่อน ซึ่งจะทำให้ติดตามและตรวจสอบสถานะสิ่งของฝากส่งได้ทุกชิ้น เป็นการเอาใจผู้ใช้บริการที่เป็นผู้ค้าอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ

แสตมป์ดังกล่าวจัดพิมพ์จำนวนประมาณ 20 ล้านดวง จำหน่ายให้แก่ลูกค้าธุรกิจผ่านทางแพลตฟอร์มของ Viking Direct ผู้จำหน่ายเครื่องเขียนและเครื่องใช้สำนักงาน และร้านออนไลน์ของรอยัลเมล์ โดยบาร์โค้ดซึ่งพิมพ์สีเดียวกับดวงแสตมป์จะมีรอยปรุแยกขาดจากกัน หรืออีกนัยหนึ่งเป็นแบบเดียวกับแสตมป์ส่วนตัวนั่นเอง ทั้งนี้แสตมป์ Second Class มีมาตรฐานการนำจ่ายภายใน 2-3 วัน มีราคาถูกกว่าแบบ First Class ซึ่งนำจ่ายในวันถัดไป

นิก แลนดอน หัวหน้าเจ้าหน้าที่สายธุรกิจรอยัลเมล์ระบุว่า รอยัลเมล์น่าจะเป็นหนึ่งในการไปรษณีย์ประเทศแรก ๆ ของโลกที่เพิ่มบาร์โค้ดลงไปบนดวงแสตมป์ พร้อมกล่าวถึงเป้าหมายครั้งนี้ว่า “เรามองไปที่ไปการปรับเปลี่ยนแสตมป์ธรรมดา ๆ เพื่อให้สามารถเสนอบริการที่สะดวกมากขึ้น รวมถึงบริการใหม่ ๆ ในอนาคตแก่ลูกค้า” 

ในปัจจุบันแสตมป์แบบดั้งเดิมตามไปรษณีย์ส่วนใหญ่ในอังกฤษได้รับความนิยมใช้จากลูกค้าน้อยลงทุกที หลังจากที่รอยัลเมล์หันมาใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ดพิมพ์ให้โดยตรงบนซองและแบบสติกเกอร์ลาเบลมาระยะหนึ่ง ซึ่งในจำนวนนี้มีลูกค้าธุรกิจราว 3 หมื่นรายที่ชอบพิมพ์บาร์โค้ดมากกว่าจะซื้อแสตมป์ติด การริเริ่มดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงความทันสมัยของแสตมป์เพื่อส่งเสริมความสะดวกรวดเร็ว และตอบโจทย์การเพิ่มขึ้นของช้อบปิ้งออนไลน์

กูรูอุตสาหกรรมไปรษณีย์อย่างเดวิด จิงก์ส แห่ง ParcelHero ยอมรับว่า การเพิ่มบาร์โค้ดบนดวงแสตมป์จะทำให้ธุรกิจรายย่อยได้ประโยชน์จากบริการและอัตราแบบธุรกิจในการส่งพัสดุขนาดเล็กที่ส่งจากบ้านของตนเอง โดยไม่ต้องใช้เครื่องประทับตรา หรือต้องซื้อซองแบบพร้อมส่งที่มีราคาแพง

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รอยัลเมล์ได้เริ่มบริการรับฝากถึงที่แบบรายวัน Parcel Collect โดยให้พนักงานนำจ่ายสามารถรับพัสดุจากลูกค้าถึงบ้าน ทั้งที่ต้องการฝากส่งและส่งคืน ด้วยค่าธรรมเนียมแบบประหยัดในระหว่างรอบการนำจ่ายแต่ละวัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ถึงบ้านทั้งแก่ผู้ค้าออนไลน์ และลูกค้าออนไลน์

รอยัลเมลย์ยังรุกคืบทางธุรกิจในเดือนถัดมา ด้วยการเริ่มบริการเสริม ‘in-flight’ delivery เป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่ไม่อยู่บ้านเพื่อรับสิ่งของ สามารถเลือกการรับของตามต้องการระหว่างขั้นตอนนำจ่าย เช่น การให้ไปนำจ่ายในวันที่สะดวก หรือขอไปรับในจุดบริการลูกค้า และที่ทำการไปรษณีย์ที่ลูกค้าสะดวกได้ทั่วประเทศ

ต่อมาในเดือนธันวาคม รอยัลเมลย์ยังจับมือกับกลุ่มธุรกิจโดรน หรือเครื่องบินไร้คนขับ (UAV: Unmanned aerial vehicle) เพื่อช่วงชิงการเป็นผู้ให้บริการขนส่งพัสดุทางโดรนแก่ผู้รับทั่วประเทศเป็นรายแรกของประเทศ โดยทดลองให้บริการจัดส่งไปยังประภาคารที่อยู่ห่างไกลบนเกาะมัลล์ ด้านตะวันตกของสกอตแลนด์

เมื่อเร็ว ๆ นี้ รอยัลเมล์ยังได้นำร่องบริการนำจ่ายวันอาทิตย์ให้แก่ผู้ค้าปลีกรายสำคัญ เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดที่ให้บริการลูกค้าทุกวันไม่มีวันหยุด โดยฉพาะ DPD ที่ครองแชมป์ผู้ให้บริการส่งพัสดุยอดเยี่ยมปี 2021 อันดับหนึ่งและสอง (DPP Local และ DPD) จากผลสำรวจของ MoneySavingExpert.com ขณะที่รอยัลเมล์รั้งอันดับ 4 ต่อจาก Amazon Logistics  การปรับตัวของรอยัลเมล์ยังรวมไปถึงการปรับ“ลุก”เครื่องแบบใหม่ของพนักงานนำจ่ายอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับวงการแสตมป์เริ่มเป็นกังวลกันเล็ก ๆว่า การปรับโฉมใหม่ของแสตมป์ใช้งานครั้งนี้จะหมายถึงจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดแสตมป์แบบดั้งเดิมในสหราชอาณาจักรหรือไม่ ซึ่งรอยัลเมล์ปฏิเสธอย่าวแข็งขันว่า ไม่มีแผนใด ๆ โดยสิ้นเชิงที่จะทำให้แสตมป์พระบรมรูปราชินีซึ่งออกแบบโดยอาร์โนลด์ มาชิน และเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1967 หรือเป็นเวลา 54 ปีมาแล้วหมดความจำเป็นอีกต่อไป เพราะแสตมป์ “ยังคงเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของธุรกิจรอยัลเมล์”

น่าสังเกตว่า การนำเอาบาร์โค้ดคู่ไปกับแสตมป์ใช้งานนอกจากตอบโจทย์ความสะดวกให้แก่สังคมยุคใหม่แล้ว อาจถือเป็นโซลูชั่นที่ทำให้ดวงแสตมป์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสส่งเสริมในเรื่องการสะสมได้ในเวลาเดียวกัน แทนที่จะมีแต่เพียงรอยประทับบาร์โค้ดหรือลาเบลที่หมดความหมายทันทีที่สิ่งของส่งถึงมือ

ความเคลื่อนไหวของรอยัลเมล์ในภาพรวมครั้งนี้ยังอาจนำมาเทียบเคียงประเทศไทยได้ไม่น้อย ทั้งบริบทการแข่งขันในตลาด และสถานการณ์ของตราไปรษณียากรเพื่อการสะสมที่เผชิญกับความท้าทายใกล้เคียงกัน แม้ว่าการไปรษณีย์สหราชอาณาจักรซึ่งแปรรูปเป็นบริษัทมหาชนเข้าตลาดหลักทรัพย์มาหลายปีแล้วจะอยู่ในสถานะที่ปรับตัวได้แคล่วคล่องว่องไวกว่ามากก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *