Home » ศิลปะฝรั่งในพระที่นั่งไทย

ศิลปะฝรั่งในพระที่นั่งไทย

  • by

ย้อนอดีตไปเมื่อ 113 ปีที่แล้ว วันที่ 11 พฤศจิกายน 2451 เป็นวันวางศิลาพระฤกษ์ “พระที่นั่งอนันตสมาคม” สถาปัตยกรรมสำคัญที่พลิกโฉมหน้าประเทศสยามให้ก้าวสู่การเป็นประเทศสมัยใหม่ เฉิดฉาย ศิวิไลซ์ ทัดเทียมตะวันตก ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แต่น้อยคนนักที่จะรู้ถึงความกังวลใจของพระองค์กว่าจะมาเป็นตึกฝรั่งหลังใหญ่โอ่อ่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศเช่นนี้ ถึงกับมีพระราชกระแสรับสั่งกับเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี โดยได้มีบันทึกไว้ว่า “พระองค์ทรงแสดงพระราชโทมนัสมาก ถึงแก่รับสั่งว่า ต่อไปข้างหน้าเขาคงพากันติฉินว่า สมัยพระจุลจอมเกล้าฯ นี้ช่างโปรดตึกฝรั่งเสียจริง”

แต่น้อยคนนักที่จะรู้ถึงความกังวลใจของพระองค์กว่าจะมาเป็นตึกฝรั่งหลังใหญ่โอ่อ่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศเช่นนี้ ถึงกับมีพระราชกระแสรับสั่งกับเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี โดยได้มีบันทึกไว้ว่า “พระองค์ทรงแสดงพระราชโทมนัสมาก ถึงแก่รับสั่งว่า ต่อไปข้างหน้าเขาคงพากันติฉินว่า สมัยพระจุลจอมเกล้าฯ นี้ช่างโปรดตึกฝรั่งเสียจริง”

พระที่นั่งอนันตสมาคม ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเสมือน “ห้องรับแขก” หรือท้องพระโรง ประจำพระราชวังดุสิต ใช้สำหรับต้อนรับอาคันตุกะ แขกบ้านแขกเมือง รวมทั้งใช้ประชุมข้อราชการแผ่นดิน โดยที่ดินในการก่อสร้างนั้นในหลวงรัชกาลที่ 5 ได้ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อจากชาวบ้าน โดยให้มีการทำหนังสือสัญญา และออกเป็นโฉนดให้เรียบร้อย ถือเป็นต้นแบบการทำหนังสือสัญญาที่ใช้ต่อๆกันมา รวมถึงเป็นการออกโฉนดที่ดินเป็นครั้งแรกของประเทศอีกด้วย สำหรับการก่อสร้างในขณะนั้นเรียกได้ว่าเป็นอภิมหาโครงการก็ว่าได้ เนื่องจากมีความซับซ้อนและใช้งบประมาณสูงถึง 15 ล้านบาท ใช้เวลาสร้างถึง 8 ปี แล้วเสร็จในสมัย รัชกาลที่ 6

ภาพจำของหลายๆคนเมื่อนึกถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม ก็จะนึกถึงตึกทรงยุโรปสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลังสุดอลังการ แต่ก่อนจะมาเป็นตึกทรงยุโรปนั้น ร.5 มีพระราชประสงค์จะสร้างเป็นตึกแบบไทย แต่ติดขัดด้วยนายช่างราชสำนักที่จะออกแบบตึกใหญ่โตแบบนี้ได้มีอยู่เพียงท่านเดียวเท่านั้น ไม่สามารถทำให้ลุล่วงได้แน่นอน

จึงทรงเลือกใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก และโปรดฯ ให้คณะช่างชาวยุโรป (โดยเฉพาะชาวอิตาเลียน) เป็นผู้ทำงานวิศวกรรม งานออกแบบ รวมถึงงานตกแต่ง โดยหัวหน้าสถาปนิกได้แก่ มาริโอ ตามาญโญ (Mario Tamagno) ซึ่งมีอายุเพียง 27 ปีเท่านั้น !! โดยพ่อหนุ่มมาริโอคนนี้เป็นสถาปนิกระดับตำนานของประเทศไทย ที่มีผลงานมาสเตอร์พีซ อย่างห้องสมุดเนลสันเฮย์ พระที่นั่งอัมพรสถาน สถานีรถไฟหัวลำโพง หรือทำเนียบรัฐบาล

รูปแบบสถาปัตยกรรมขององค์พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นศิลปะแบบเรอแนซองส์ ( Renaissance) ส่วนของหลังคาตรงกึ่งกลาง เป็นโดมขนาดสูงใหญ่ และมีโดมเล็กๆ อีก 6 โดม โดยมีอิทธิพลมาจากวิหารเซนต์ปีเตอร์ แห่งนครรัฐวาติกัน และโบสถ์เซนต์ปอลแห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ วัสดุที่ใช้ทำหลังคาเป็นแผ่นทองแดงหล่อ แต่ด้วยความที่ผ่านร้อนผ่านฝนมาถึง 113 ปี จึงทำให้เกิดสนิมเขียวไปทั่วพื้นผิวหลังคา ทุกวันนี้เราจึงเห็นหลังคาของพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นสีเขียวนั่นเอง ตัวอาคารทำจากหินอ่อนสีขาวชั้นเยี่ยมจากเหมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นเหมืองเดียวในโลกที่มีหินอ่อนครบทุกสี ในส่วนของการตกแต่งภายในก็คัดสรรแต่วัสดุชั้นเลิศจากนานาประเทศ เช่น กระเบื้องปูพื้นจากเมืองเวียนนา ผ้าม่านจากเมืองแมนเซสเตอร์ ประติมากรรมจากเมืองฟลอเรนซ์ จึงไม่ผิดเพี้ยนนักถ้าจะบอกว่าการไปเยี่ยมชมพระที่นั่งอนันตสมาคมนั้น ได้รับอรรถรสความงามในเชิงศิลปะ ไม่ต่างจากการไป Art Museum แต่อย่างใด

ไฮไลต์สำคัญนั้นอยู่ที่ ภาพปูนเปียก (Fresco) บนเพดานของแต่ละโดม ซึ่งมีอายุมากกว่าร้อยปีแต่ยังคงความสวยงามคมชัดมาจนทุกวันนี้ หลายท่านอาจจะคิดถึงภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่วิจิตรบรรจงแบบจิตรกรรมไทยดังเช่นภาพเขียนวรรณคดีรามเกียรติ์ที่ปรากฏ ณ วัดพระแก้ว แต่ภาพที่ปรากฏ ณ เพดานโดมขององค์พระที่นั่งกลับเป็นภาพเขียนสไตล์ตะวันตกที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในพระราชวังทางยุโรป โดยภาพทั้งหมดนั้นเป็นผลงานของจิตรกรชาวอิตาเลียน นำทีมโดย กาลิเลโอ คินี ภายใต้การควบคุมของสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โดยแต่ละภาพนั้นสะท้อนถึงความเป็นไทยลงในศิลปะแบบตะวันตกได้อย่างกลมกลืน และบอกเล่าเรื่องราวสำคัญใน 6 รัชสมัย ประกอบด้วย เพดานโดมทิศเหนือเป็นภาพสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพกลับจากเขมรก่อนที่จะปราบดาภิเษกขึ้นเป็นรัชกาที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี

เพดานโดมด้านทิศตะวันออกเป็นโดมใหญ่รูปวงรี ด้านหนึ่งเป็นภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เสด็จฯ ผ่านพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่กำลังก่อสร้าง ด้านตรงข้ามเป็นภูมิทัศน์ฝั่งพระนคร อีกด้านเป็นภาพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เสด็จฯ ผ่านป้อมเผด็จดัสกร

เพดานโดมด้านทิศตะวันตก เป็นภาพเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับเบื้องหน้าพระพุทธชินสีห์ แวดล้อมด้วย พระภิกษุและนักบวชต่างชาติ บ้างก็ว่าการเลือกภาพพระพุทธรูปมาไว้ที่โดมฝั่งตะวันตกอาจเป็นการแก้เคล็ดตามความเชื่อแบบไทยๆที่ว่าทิศตะวันตกเป็นทิศไม่เป็นมงคลเท่าใดนัก

เพดานโดมด้านทิศใต้ของท้องพระโรงกลาง เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศเลิกทาส ภายในภาพยังประกอบด้วยบรรยากาศความรุ่งเรืองด้านการค้า ของท่าเรือที่พลุกพล่าน และภาพการก่อสร้างพระที่นั่งองค์นี้ด้วย สำหรับภาพการเลิกทาสนี้ยังถือเป็นการตีความเหตุการณ์เลิกทาสออกมาเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจนและเฉียบคม จนกลายเป็นภาพจำ

และภายหลังยังได้มาปรากฏอยู่บนธนบัตรรราคา 100 บาท และหากสังเกตดีๆจะเห็นว่าศิลปินแฝงความเป็นตะวันตกผ่านภาพวาดทาสที่มีร่างกายกำยำ ผิวเข้ม ใกล้เคียงกับทาสผิวสีตามความเข้าใจของชาวตะวันตกมากกว่าทาสแบบที่คนไทยเข้าใจ

เพดานโดมด้านทิศตะวันออกของท้องพระโรงกลาง เป็นภาพเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับ ณ พระที่นั่งบุษบกมาลาที่มุขเด็จ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ โดยศิลปินผู้วาดภาพก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ไดัรับเชิญให้เข้าร่วมงานครั้งนั้นในฐานะผู้สังเกตการณ์ด้วย

หากสังเกตดีๆจะพบองค์ประกอบแบบศิลปะตะวันตกอีกมากมายที่ศิลปินตั้งใจแทรกอยู่ในทุกๆภาพ เมื่อดูแล้วก็ชวนให้นึกถึงงานของจิตกรระดับโลก และภาพวาดนักบุญต่างๆที่อยู่ในโบสถ์ตามความเชื่อแบบคริสต์ ซึ่งน่าสนใจและชวนให้เก็บไปคิดและจินตนาการถึงที่มาและแรงบันดาลใจกว่าจะมาเป็นแต่ละภาพ

แสตมป์ภาพพระที่นั่งอนันตสมาคมมีทั้งหมด 2 โดยแบบแรกมาจากชุดพระราชวังดุสิต ออกจำหน่ายเมื่อ 5 ธันวาคม 2533 และแบบที่ 2 มาจากชุด 100 ปี พระที่นั่งอนันตสมาคม ออกจำหน่ายเมื่อ 14 มีนาคม 2559

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *